piglet さんのプロフィール~OO_PoMpPaMp_OO~フォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
~OO_PoMpPaMp_OO~3月12日 ใช่รักรึเปล่าYou leave me breathless You're everything good in my life You leave me breathless I still can't believe that you're mine You just walked out of one of my dreams 10月22日 ภารกิจกู้โลกเย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ได้อัฟบล็อคซะทีนะป๋อมแป๋ม หลังจากดองอยู่นาน
ตอนนี้สอบของบางมดเสดแล้วนะ
แต่ยังเหลือสอบรามอีกตัว ทีแรกกะจะสอบรามให้เสดก่อน
แล้วค่อยมาอัฟ แต่มานอดใจไม่ไหวอะ
ขออัฟเลยละกาน สเปซใหม่ไฉไลกว่าเก่าด้วยสีประจำวันเกิด
แป๋มเกิดวันจันทร์ตอนเที่ยงคืนห้านาทีเลยใช้สีเหลืองออกดำๆดูเข้าก๊านเข้ากัน
มาอัฟวันนี้มีเรื่องจะเล่าสู่กันฟังนะจ๊ะ ภารกิจนี้มานเปงภารกิจกู้โลก
โดยขบวนการเด็กหน้าห้องและพันธมิตร
เริ่มแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตี5เช้าวันเสาร์ที่20 ตค 50 เพราะนัดกันหกโมงเช้าหน้าSIT
ทำไปทำมามาถึงมอตอนจะหกโมงครึ่งอยู่แล้ว ..... ตามกมลสันดานของเด็กCS
เราใช้รถมหาลัยเปงยานพาหะที่ส่งเราถึงที่หมาย ณ ภารกิจแรก
ภารกิจแรก คือรักษาแม่น้ำเจ้าพระยา ตามกระแสพระดำริขององค์ราชินี
หรือง่ายๆเลยก้คือเก็บขยะนั่นเอง เรามีกันทั้งหมด 30 ชีวิต เหงจะได้
ลงเรือลำเดียวกันลำละ2คน รวมเจ้าหน้าที่ บางลำก้4บางลำก้5 ชีวิตs
ล่องจากดาวคะนอง มุ่งหน้าไปทางทิศใด ทิศหนึ่งแหละ ไปสุดที่วัดอรุณ
บ้างก้ถือสวิงหรือกระชอนตามแต่จะเรียก บ้างก้ดึงเข่ง(เพื่อใส่ขยะ) บางก้ใช้คราด
มานเบากว่าสวิง ช่วยกันคนละไม้ละมือ ตามแต่กำลัง แต่ขอบอกว่าดูภายนอกเหมือนเปงงานสบาย
แต่ประทานโทษเหอะ อยากบอกว่าพอลองไปทำดูแล้ว โอ้แม่เจ้ามานเปงงานที่หนักมากกกกกกกกกกก
มิใช่งานหมูๆแต่อย่างใด อยากบอกว่าพี่ๆเจ้าหน้าที่ที่คอยเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาสุดยอดจิงๆ
ไหนจะต้องนั่งเรือ เผชิญกะน้ำเน่าๆ แดดเปรี้ยงๆ สวิงอันหนักอึ้ง ขยะอันมากมาย วันนึงอย่างต่ำก้3รอบ
พวกเรานะเเค่ชั่วโมงเดียวยังแฮกๆกันแล้วเลย ยังไงซะใครได้เข้ามาอ่านถึง ณ ที่นี่
แป๋มขอให้ช่วยกันรณรงค์รักษาความสะอาดอย่าทิ้งสิ่งใดๆลงในแม่น้ำเลย นอกเสียจากทึ้งใจ....อิอิ
พอเสดจากภารกิจแรก ก้ต่อด้วยภารกิจ2 "ลงนามถวายพระพร" ที่ศิริราชอะ ประมาณว่าเก็บขยะเสด
ก้มาเพื่อบอกพ่อหลวงของเราว่าพวกหนูๆทำความดีถวายพ่อหลวงนะคะ ขอให้หายจากพระประชวรเร็วๆ
เท้าแตะพื้นศิริราชปุ๊ปสิ่งแรกที่สังเกตเปงก้คือ คนใส่เสื้อเหลือง ทุกพื้นที่เดินไปมุมไหนก้อมีแต่เสื้อเหลือง
ในขณะที่พวกเรามากันแบบสีสเปคตรัมมากเลย แต่ก้นะเหลืองไม่เหลืองมานอยู่ที่ใจ
ลงนามเสดก้เดินมาราธอนเพื่อไปขึ้นรถกลับมหาลัย ถึงมอปั๊ป ก้อมีพิธีมอบcer
เปงไงละไฮโซปะ มีcer มอบให้ด้วย จากนั้นก้อเดินมาราธอนอีกรอบเพื่อไปparty เล็กๆ เพื่อน้องจากพวกเราเด็กหน้าห้อง
ณ GATI ICE อยากบอกว่ากับข้าวอร่อย ไอติมก้อยอด ของเค้าดีจิงๆ อิ่มหนำสำราญ ขอรวบรัดตัดตอนมาถึงช่วงสำคัญ
ซึ้งอะช่วงนี้บอกได้คำเดียวว่าซึ้ง ลองจิตนาการภาพตามไปนะ เรานำน้องๆของพวกเรามานั่งรวมกันตรงกลาง
มีพวกเราเด็กหน้าห้องยืนรอบรอบน้อง น้องหลับตา น้องจับมือกัน พี่ๆจำมือกัน ปิดไฟสร้างบรรยากาศ แต่แอร์ยังทำงานนะ
ไอ้พ่อ(เอก) เล่นกีตาร์ พวกเราประสานเสียงร้องเพลงให้น้องในบทเพลง หัวใจผูกกัน
แรกๆก้ร้องเพลงมาเรื่อยๆอะนะ แต่พอถึงประโยคที่ว่า
ให้ทุก ๆ ครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้
ก็ขอให้รู้ ที่แห่งนี้นั้นยังมีรักอยู่ เคยเป็นยังไงในตอนนี้ขอให้รู้ ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป และทุก ๆ ครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ ก็ขอให้รู้ที่ตรงนี้ไม่ว่าจะนาน เท่าไหร่ เราจะมีกันและกัน เป็นหนึ่งในดวงใจตลอดไป ก็เพราะหัวใจเราผูกกัน ร้องเพลงกลับกลายเปงร้องไห้ซะงั้น อยู่ๆน้ำตามานก้ไหลออกมาอย่างอยากที่จะยับยั้ง
แต่สุดท้ายก้ร้องจนจบเพลง แล้วก้มีผูกข้อมือให้น้อง ถ่ายรูปกัน และก้อแยกย้ายกลับ
โดยพวกเราได้เก็บความทรงจำดีดีติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปด้วยทุกคนเลย
อยากให้รู้ว่า ภารกิจครั้งนี้เสดสิ้นสมบูรณ์ได้เพราะมีเราทุกคน
แป๋มขอบอบคุณฟ้าที่ทำให้แป๋มได้มาเจอเพื่อนดีดี เจอน้องดีดี ณ ที่แห่งนี้
อยากบอกว่ารักทุกคนมากเลยนะ ขอบคุณจิงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 6月27日 ความรู้สึกความรู้สึก
เรารู้จักคำนี้ลึกซึ้งแค่ไหน ........... แน่ใจรึป่าว
เคยมั๊ยที่ความรู้สึกมันไม่ตรงกับใจ .......
เคยมั๊ยที่คิดว่าไม่เจ็บ .......... แต่ว่ารู้สึก
เคยมั๊ยที่เหนื่อยกับความรู้สึก ..........
เคยมั๊ยที่บังคับความรู้สึกได้ ......... เก่งอ่ะ
เคยมั๊ยที่ต้องเสียน้ำตาเพราะว่ารู้สึก .......
เคยมั๊ยที่หลอกความรู้สึกได้ ......... ทำไงหว่า
เคยคิดมั๊ยทำไมถึงต้องรู้สึก ????????????
....................................................................
ช่วงนี้งานเยอะมากมาย สิ่งต่างๆรายล้อม ความรู้สึกนานา
แล้วคุณละ!! ตอนนี้รู้สึกอะไร?????????????
6月15日 รักคือการยอมรับความเป็นจริงเพราะเราเรียนรู้ว่า
ความรักไม่ใช่เรื่องการคาดหวัง
แต่คือการยอมรับความเป็นจริง
ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้สวยงาม
เหมือนในนิยายเสมอไป 4月29日 like me เหงรูปป่าวอ่ะ ในหัวข้อlike me อ่ะ
เรื่องของเรื่องมานมีอยู่ว่า เล่นเนตเจอเวปๆนึง
ความจริงมีเพื่อนแนะนำมาให้ลองเล่นดู
เปงเวปสแกนหน้า เราเอารูปเราใส่เข้าไปนะ
แล้วมานจะสแกนหน้าดารา นักร้อง หรือคนมีชื่อเสียง
ที่หน้าคล้ายเราขึ้นมา แถมบอกเปอร์เซนต์ด้วยนะ
ว่าเราหน้าเหมือนกี่เปอร์เซนต์
ป๋อมแป๋มก้อเลยเอารูปตัวเองมาเล่นดู
หุหุ ผลที่ออกมาก้อเหมือนที่เหงในรูปอ่ะจ๊ะ
อิอิ ภาคภูมิใจเปงที่สุด ก้อดูแต่ละคนที่หน้าเหมือนดิ
จะไม่ให้ดีใจและภาคภูมิใจเปงที่สู๊ดดดดดดดดได้ไง
มีแต่ดาราคนโปรดของป๋อมแป๋มทั้งนั้น มิหนำซ้ำเปอร์เซนต์สูงด้วย
อ่านะพี่น้องทุกท่าน ป๋อมแป๋มก้อติ๊งต๋องไปตามระเบียบ
แต่มานสนุกจริงๆนะเวปนี้อ่ะ เล่นแล้วรู้สึกเข้าข้างตัวเองยังไงไม่รู้
อย่างน้อยก้อยังมีจุดเหมือนคนสวย..........โฮโฮ!! 4月19日 Day Blue วันนี้อากาศแบบน้ ถ้าเปงบ้านเราเค้าก้อเรียก "อากาศหน้านอน"
แต่ที่นี่เค้าเรียก Day Blue รึ Blue Day นี่แหละ จำไม่ได้
แต่ที่แน่ๆมานคือ Day Off ของแป๋ม ................ เหอๆ
กะว่าจะไปขึ้นเชคซักหน่อย คงต้องเลื่อนเปง day off สัปดาห์หน้า
เพราะตอนนี้เพื่อนๆเข้าเฝ้าพระอินทร์กันหมดเลย เหลือป๋อมแป๋มคนเดียว
ก็เลยมาอัฟสเปซซักหน่อย หวังว่าจะมีคนเม้นให้นะจ๊ะ...... อิอิ
เผลอแปปเดียวแป๋มมาอยู่ที่นี่ครบเดือนนึงแล้ว
เหลืออีกแค่สองเดือนเท่านัน้ ก้อจะได้กลับบ้านเฮาแล้ว ดีใจแต้ๆเด้อ
คิดถึงลาบ ไก่ย่าง หมูน้ำตก ข้าวเหนียว ส้มตำ ต้มแซบ ปูปลาร้าที่สุดเลย
กลับไปนะจะกินๆๆๆๆๆๆๆๆให้หนำใจเลย คิดๆไปเเล้วก้อหิว........หุหุ
มาอยู่ที่นี่นะแค่เดือนเดียวแป๋มได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างมากมาย
ทั้งดีและไม่ดี ประสบการณ์บางอย่างแป๋มว่าหาไม่ได้ในเมืองไทย
แป๋มรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นเยอะเลย บางสิ่งบางอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ ........................
ป๋อมแป๋มยังเปงป๋อมแป๋มคนเดิมนะจ๊ะ.......................
ไปละเด่วติ๊งต๊องไปมากกว่านี้ ^_^ 3月30日 Dunes of panama อันจะกล่าวบทไป ถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นาม "Dunes of panama"
สถานที่ sivilization ของบรรดานักท่องเที่ยว ราวกะวิมานดินก้อว่าได้
but for me, มานคือ นรก และ สวรรค์ในเวลาเดียวกันสำหรับป๋อมแป๋ม
วันไหนนักท่องเที่ยวไม่เยอะวันนั้นป๋อมแป๋มแสนสุขใจ แต่วันไหนนักท่องเที่ยวเยอะ
วั้นนั้นป๋อมแป๋มแทบจะขาดใจ.........ฮือๆ ยิ่งถ้าเจอนักท่องเที่ยวหรือเจ้าของห้อง
ที่ทำอะไรไม่เกรงใจแล้วละก้อ หุหุ ห้องรึรังหนู้ก้อไม่รู้ที่ป๋อมแป๋มต้องจัดการ
แต่จากวั้นนั้นถึงวั้นนี้ผ่านมาหลายเพลาแว้ววววววววววววววววววววววววววววววว
ป๋อมแป๋มถึกขึ้นอย่างก่ายกอง ไม่หวั่นแม้วันมามาก เพราะกินมาม่าเข้าไปเยอะ
จะยังไงป๋อมแป๋มก้อสามารถ แต่อาจเหนื่อยบ้างเล็กน้องถึงปานกลาง และถึงมากที่สุด......
ทั้งนี้และทั้งนั้นป๋อมแป๋มก้อhappyดี เพราะป๋อมแป๋มมีเพื่อนร่วมบ้าน และร่วมงานที่น่ารัก
มาที่นี่อะไรๆก้อ get more experience ไปซะหมด ..... คิดในทางที่ดีไว้จะได้บ่ซีเครียด
แต่มีอย่างนึงที่ไม่มีทาง คือ "ทำกับข้าว" เพราะเพื่อนๆแต่ละคนทำกับข้าวกันเก่งๆทั้งนั้น
ป๋อมแป๋มก้อเลยสบาย รอกินอย่างเดียวตลอด ......... หุหุ ..... กลับไปต้องอ้วนเปงหมูแน่ๆ
เมื่อเช้าชั่งน้ำหนัก หนัก 35อ่ะ เข้าใจว่าตราชั่งเสียแน่ๆเพราะจาก36เหลือ35เปงไปไม่ได้หรอก
กินเยอะจะตาย ตอนนี้ก้อกำลังนั่งกินไอติมอย่างอร่อยอเร็ด ไว้วันไหนไม่เหนื่อยจากการทำงาน
จะเข้ามาอัฟBlogใหม่นะจ๊ะ ขอขอบพระคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นเด้อ มานเปงกำลังใจที่สำคัญสำหรับป๋อมแป๋มเลยน๊า
3月24日 My name is Jessica ช่วงชีวิตหนึ่ง @ Panama City Beach ปิดเทอมนี้ มาเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ซะไกลทีเดียว
มาอัฟประสบการณ์ชีวิตให้กะตัวเอง แป๋มอยู่ที่นี้บรรยากาศดีมากๆ อยากให้เมืองไทยเปงแบบนี้บ้างจัง
ได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะแยะ สนุกสนาน บ้านก็สุขสบายมีทุกอย่างเลย สะดวกดี
แป๋มได้ชื่อใหม่ด้วยนะ ฝรั่งคนนึงตั้งให้แป๋ม (Garbor) เค้าบอกว่าขอเรียกว่า Jessica ได้มั๊ย
แป๋มยังไม่ได้ตอบเลยว่าได้ แต่เค้าก้อเรียกแป๋มมาตลอด จนแป๋มติดชื่อนี้แล้วละ ..... เพื่อนๆคิดว่าไงอ่ะจ๊ะ
คิดๆดูแล้ว แป๋มก้อชอบชื่อนี้นะ.....อิอิ ที่พอใจเปงที่สุดก้อคือพอแป๋มบอกอายุไปว่า20 ไม่เชื่ออ่ะ
บ้างก้อว่าอายุ 14 บ้างก้อว่าอายุ12 หุหุ........ดีใจเปงที่สุด มีฝรั่งมาถามด้วยแหละว่ามีแฟนรึยัง
??????? แป๋มก้อบอกว่ายัง พอเค้าถามว่าทำไมไอ้เราก้อตอบไปว่ายังเด็กเกินไป อยากเรียนอย่างเดียว
ฮิฮิ ในใจก็คิด(โคตรสร้างภาพเลยตู) ไว้มีเรื่องสนุกๆจะมาอัฟสเปซใหม่นะ
ปล. คิดถึงทุกคนที่รักแป๋มและที่แป๋มรักนะจ๊ะ..................................จุ๊บๆ
1月16日 เด็กน้อยการเรียนรู้บนโลกใบนี้ ในมุมที่ต่างแตก แต่ไม่แตกต่าง
จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง.........เพราะน้ำหนักแค่36 กก.
ผ่านร้อน ผ่านเย็น ผ่านฝน ผ่านหนาว ผ่านสิ่งต่างๆ มามากมายและหลายหลาก
จนวันนี้น้ำหนักเธอก็ยัง36 กก.อยู่ดี.......ตัวดันเล็กกว่าเดิมซะอีก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เติบโตขึ้น.............มิใช่ตัวเลขของอายุแต่อย่างใด
แต่มันคือ ความคิด และความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนไปจากเด็กผู้หญิงคนเดิม
ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา ตามปฏิทินเวลาที่เวียนเปลี่ยนไป
ซึ่งก็มาจากเข็มนาฬิกา......มันก็ไอ้เลขเดิมๆ1-12นั่นแหละ...........
แต่มันมีจุดที่เหมาะสมและสมควรในตัวของมัน..........เมื่อมันถึงเวลา
และ ณ เวลานี้ อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ถึงเวลาของมันและพร้อมที่จะเกิดขึ้น
เพราะทุกๆสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาล้วนแล้วแต่กระทบความรู้สึกและซึมซาบ
เข้าไปในความรู้สึกนึกคิดของแป๋มมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา
อาจมีส่วนนะที่ว่าเพราะเข้าเลข2แล้วมั้ง.......เลยเหมือนๆจะคิดอะไรได้หลายๆอย่าง
ตอนนี้เด็กน้อยตัวเล็กคนนี้ ก็ยังเป็นเด็กน้อยคนเดิมนั่นแหละ
แต่ด้วยเวลาที่เหมาะสมและสมควร "กำแพง" ในใจของเด็กน้อยได้ถูกพัฒนา
ให้เข้มแข็งขึ้น ทำให้ตอนนี้เด็กน้อยคนนี้มีความรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในมุมที่แตกไปจากเดิม
แต่ทุกๆสิ่งๆอย่างยังไม่ได้ต่างไปจากเดิม
และใจของเด็กน้อยก็ยังคงเป็นใจดวงเดิมเสมอมา............................
10月30日 only me ..... มีแต่กูเย้ ๆ กลับบ้าน กลับบ้าน
ที่ไหนก้อไม่สุขใจ เท่าบ้านเรา
ได้กลับแค่อาทิตย์เดียวเองอ่ะ
เซงเลย.......ไม่หนำใจ
ทุกคนดีใจกับแป๋มหน่อยน๊า
แป๋มเลิกแล้ว เลิกคิด เลิกจำ เลิกรอ
ความจริงปรากฎแล้ว แป๋มไม่ต้องรออีกต่อไป
รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องทนหลอกตัวเองอีกต่อไป
ว่าใครคนนั้นจะกลับมา.......ขอให้เธอไปดี
มีความสุขมากๆนะ
ขอบคุณมากที่ครั้งหนึ่งเคยรักแป๋ม.....ขอบคุณจ๊ะ
นับจากวันนี้ "Only me มีแต่กู" คนคนนี้ที่ไม่มีใคร
ดีใจจังเลย หลอกตัวเองมาตลอดหนึ่งปีเต็มๆว่าเค้าจะกลับมา
เค้าคงทำตามสัญญาที่ให้กับเราไว้ได้
สุดท้ายมานก้อเพียงแค่ลมปากของผู้ชายคนนึง
Oh พระเจ้า !! ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณฟ้า
ที่ทำให้แป๋มเกิดมาได้เรียนรู้ ได้เจอเค้าคนนั้น ขอบคุณที่เราได้รักกัน
และจากกันในที่สุด ............ ฮิ้ว ฮิ้ว ....... Happy สุดๆ
แป๋มจะไม่รออีกต่อไป แต่ความรักที่แป๋มมีให้เค้ายังจะคงเดิม
เพื่อซักวันจะมีใครซักคนนำมันกลับคืนมาให้แป๋มด้วยใจบริสุทธิ์
ทุกๆคนเป็นกำลังใจให้แป๋มด้วยนะ.................นะค๊า
แล้วเราจะมาร่วมส่งต่อความรักดีดีที่จะเกิดขึ้นด้วยกัน 10月22日 Who am Iในขณะที่ทุกท่านอ่านบทความนี้ นั่นแสดงว่า...............ป๋อมแป๋มปิดเทอมแล้วจ้า
อิอิ...............สอบเสดแล้วโว้ย.................................................แสด
นอนไม่หลับอ่ะเลยมาเขียนๆอะไรลงให้สเปซดูเหมือนได้อัฟกะเค้าซะบ้าง.......หุหุ
ปิดเทอมกะเค้าทั้งทีก้อปิดช้ากว่าใครเพื่อน เพื่อนเปิดแป๋มเพิ่งปิดแล้วอย่างนี้จะไป
เล่นกะใครละเนี๊ยะ.............มานอยู่หอกันหมดแล้ว...........................เหอๆ
เด่วจะตามไปเล่นที่หอนะเพื่อนๆใครรู้ตัวว่าเปงเพื่อนแป๋มเตรียมหอของท่านไว้ให้ดีดี
แต่ที่แน่ๆ 24-28 พย.นี้ "Junior programmer camp*3" นะคร้าบพี่น้อง
ที่ตั้งใจจะช่วยเพือ่นๆ cs 06 ทำก่อนกลับบ้าน.........................................
สุดท้ายนี้ขอฝาก http://pomppamp.funtest.biz ไว้ให้ทุกคนลองทำดูนะจ๊ะ
"Who am I" เหอๆ............ใครจะรู้จักแป๋มมากน้อยก้อคราวนี้แหละ........อิอิ
ที่แน่ๆไม่ใช่ตัวแป๋มเองนะ เพราะแป๋มลองทำคำถามตัวเองแล้วแป๋มไม่ได้คะแนน
เต็มอ่ะ.........คนที่เต็มกลับไม่ใช่แป๋ม.................ขำตัวเองชามัด............
แล้วตกลง "Who am I" ????????????????????????????????????????
9月16日 แค่อยากจะบอก........
"เหงา" บอกได้คำเดียวเลย ทั้งๆที่ประชากรกำลังจะล้นโลก แต่เรากลับเหงา....ซะงั้น จากวันที่ไม่มีเธอ..............ฟังๆดูน้ำเน่าเนาะ แต่ชีวิตแป๋มกลายเป็นเคยชินกับคำนี้แล้ว อยู่คนเดียวมันก็ดีเหมือนกัน แต่มีใครซักคนมันก็ดีเหมือนกัน..............อีกนั่นแหละ "ชีวิตใหม่ จากวันที่ไม่มีเธอ" มันก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากตอนที่มีเธอแต่อย่างใดนะ แป๋มยังคงดำเนินชีวิตต่อไปบนความเหงาและเบื่อหน่าย (กับสาขาวิชาที่เสือกเรียนทั้งๆที่ไม่ชอบ) เคยเป็นไงก็ยังเป็นแบบนั้น เคยสอบตกมีนยังไงก็ยังตกมีนอย่างนั้น .....ชินซะเเล้วแป๋ม!!! เรียนตอนนี้ก็ Happy รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง......ไม่แตกต่างเลยกับตอนที่มีเธออยู่ข้างๆ แต่ที่แน่ๆงานเยอะอ่ะ อดหลับอดนอน อดข้าว อดน้ำ จนเป็นวิสัย ตื่นสายจนเป็นกิจจลักษณะ แต่สิ่งหนึ่งที่เราแตกต่าง กับตอนที่มีเธอ นั่นคือ "การตัดสินใจ" เมื่อไม่มีเธอแป๋มสามารถตัดสินใจในหลายๆอย่าง ได้ง่ายขึ้น.......................รวมถึงเรื่องที่จะไปอเมริกานี้ด้วย ถ้ายังมีเธอเรื่องนี้คงไม่มีทางปรากฎขึ้นในสมองของแป๋ม แต่ ณ เวลานี้ มันคือสิ่งที่แป๋ม want สุดๆ......สาธุ!! ได้ไปที่เถอะ แต่ก็มิวายหนักอกหนักใจ เพราะผู้อุปการะคุณคือ ท่านพ่อ และท่านแม่ เหอๆ.....ผู้ซึ่งขำไม่ออกเมื่อทราบ รายจ่ายที่ต้องเสียไป ไอ้เรารึก็บอกไปว่า หน่า..........นะ....พ่อจ๋า แม่จ๋า มันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ พ่อจ๋า แม่จ๋าคงไม่อยากปิดกั้นจินตนาการลูกหรอก คิดได้นะเรา....................แล้วท่านพ่อท่านแม่ก็ say OKในที่สุด ยังไงซะก็ต้อง To be continue นะจ๊ะ สุดท้ายนี้มีหลายคนที่อยากพูดถึง => พ่อจ๋า ที่ไปพัทยา กลับบ้านดีดีน๊า =>แม่จ๋าที่ฝากน้ำใบเตยของโปรดมาให้แป๋มขอบคุณมากจ้า =>น้องป๋อมที่กำลังจะสอบปลายภาคตั้งใจสอบนะน้อง =>น้านุชที่กำลังจะเปิดร้านใหม่ขอให้ธุรกิจรวยเงิน รวยทอง เพิ่มพูน ยิ่งๆขึ้นไปนะ =>อาบ่าวผู้กำลังคลั่งไคล้ O-2 แล้วเขี่ยPC มาใหเหลาน....เออยังดีว่ะยังมีให้ใช้ =>ปอม อาร์ จา ส้ม เพื่อนกลุ่มอิ้ง ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข โดยเฉพาะท่านหลอด => นู๋ก้อยผู้เอื้อเฟื้อค่ารถเมล์ให้ยืมเมื่อครั้งไปสอบสัมภาษณ์ =>วินนี่ เพื่อนที่ยิ่งนานวันยิ่งน่ารัก....ขอบคุณนะจ๊ะที่ไปส่งเมื่อวานนี้อ่ะ => นู๋นุชผู้ทำหน้าที่ตู้เซฟเป็นอย่างดีสำหรับเรา =>ท่านไมค์ ผู้กลายเป็นผู้ช่วยมือเอกของท่านพ่อเราไปแล้ว....อยากบอกว่านายยอดมาก => X เพื่อนที่รัก ผู้น่าสงสาร......แอบเหงาอยู่ได้......ยังไงฉันก็เพื่อนแกนะ =>พี่นัน ผู้ที่เราประทับใจเสมอมา =>นังเจน คู่กัดนู๋อาร์ คนที่เคยมีอะไรกันกะDr.ชลเมษ....อยากบอกว่ากูรักมึงวะ....หุหุ =>ปาล์ม ครูแคลคูลัสสำหรับแป๋มเสมอมาอยากบอกว่ารักปาล์มที่สู๊ดเลย =>กลุ่มเด็กหน้าห้องที่ทำให้แป๋มหัวเราะเเละยิ้มได้เสมอ =>ฟุกุลูกรักของแม่ที่กำลังจะจากเมืองกรุงสู้บ้านนอกอันแสนสงบ =>อาสาวผู้ที่กำลังจะโกอินเตอร์(อย่างถาวร).....แล้วหลานจะตามไปนะ =>พี่มิ้ง ปู่รหัส สุดน่ารัก ........อยากบอกว่า เลี้ยงสายอิ่มสุดไปเย้ย =>ป้ารหัสสุดสวย(พี่เมย์)อยากถามว่าเมื่อไหร่หลานจะได้ไปทะเลจ๊ะ =>พี่บิว พี่รหัสผู้ที่ทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง =>น้องๆสายรหัสของพี่ทั้งน้องออม น้องปอ น้องเอิง.....โดยเฉพาะออมThank! นะจ๊ะสำหรับกำลังใจจากนู๋ =>บักหำ ...พี่ชายเดินไปไหนเค้าก้อว่าเปงพี่น้องแท้ๆ.........อยากถามว่าเมื่อไหร่จะเลี้ยงน้อง....ชิชิวันๆเยงแต่สาว =>พี่นุ้ย พี่อ้อย (พี่สาวพี่ชาย)ที่น่ารัก คิดถึงมากมาย.....กลับจากออสเตเรียเมื่อไหร่เลี้ยงใหญ่นะจ๊ะ =>พี่กี้พี่ที่มีข้อคิดดีดีให้กับน้องสาวคนนี้เสมอ........คิดถึงน๊าจ๊ะ =>กลุ่มนุช ตั๊ก แอล ฟาง อีฟ ที่อยากบอกว่าไม่ต้องขอบคุณแป๋มหรอกเพราะเราคือเพื่อนกัน =>พี่m พี่สาวที่กำลังจะโกอินเตอร์อีกคน พยายามเข้านะพี่สาว....สู้ๆ =>เพื่อนเก่า KPS ทุกๆคน อยากบอกว่าคิดถึงที่สุดเลยยยยยยยย =>เธอผู้ที่ทำให้การตัดสินใจแป๋มแตกต่าง อยากบอกว่าดีใจด้วยกะ Honda civic นายเก่งมากที่ทำได้อย่างที่เคบบอกไว้ =>และสุดท้าย comment ทุกcomment ที่จะทำให้คนเม้นน่ารักๆ และสมหวังในความรักกันทุกคน 9月1日 วันเวลาอีกไม่กี่นาที ก้อจะพ้นผ่านวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่มีความหมายกับชีวิตของแป๋ม
นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ที่..........มีความรู้สึกดีดีเกิดขึ้นให้จดจำ
หนึ่งปีที่ผ่านไป แต่เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น........นั่นก้อเป็นเพราะว่า............
ความทรงจำดีดีเหล่านั้นไม่เคยเลือนหายไปจากใจของแป๋มเลย.......................
แต่แล้วทำไมความทรงจำดีดีที่แป๋มมี กลับทำให้แป๋มมีความรู้สึกว่า "แป๋มเจ็บปวด"
"วันเวลา" ไม่ได้เป็นตัวที่ทำร้ายแป๋ม แต่ตรงกันข้าม "วันเวลา" คือเพื่อนที่อยู่เคียงข้าง
แป๋มมาโดยตลอด ถ้าเป็นไปได้แป๋มอยากให้เพื่อนที่แสนดีของแป๋ม ย้อนอายุกลับไป
ซัก 1 ปี เพื่อว่าความทรงจำดีดีเหล่านั้นที่เกิดกับชีวิตแป๋ม ไม่ต้องเกิดขึ้นให้แป๋มต้องจดจำ
เพราะตัวที่ทำร้ายแป๋มคือจิตใจของแป๋มเอง.....ที่ทำให้แป๋มเจ็บปวดกับสิ่งที่ควรจดจำ
7月2日 เมื่อฉันไม่เหลือใคร"เมื่อฉันไม่เหลือใคร"
7 เดือนกว่าแล้วที่แป๋มไม่มีเค้าคนนั้นอยู่เคียงข้าง
เคยคิดว่าเวลาจะทำให้จิตใจที่บอบช้ำทุเลาลง แต่มันกลับไม่ใช่...
เวลาผ่านไปแต่ความรู้สึกไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ความหวังลมๆแล้งๆว่าเค้าจะกลับมา
การยึดติดอยู่กับคำพูดเพียงไม่กี่คำของคนหนึ่งคน
มันทำให้ความเข้มแข็งที่เคยเกิดขึ้นกับตัวแป๋ม
แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนแอ และอ่อนไหว
เมื่อฉันไม่มีเธอ มันก็เหมือนว่าไม่มีใคร
ทั้งๆที่ผู้คนรายล้อมอยู่มากมาย...........แปลกจริงๆ
อาจไม่ได้คิดถึงเธอทุกลมหายใจ....แต่ก้อคิดถึงเธอมากกว่าใคร
เวลานี้ในเมื่อไม่เหลือใครแต่แป๋มยังมีลมหายใจและสิ่งสำคัญ
คือ "ครอบครัวที่อบอุ่น" ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจ
พ่อจ๋า แม่จ๋า คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน...................ตลอดมา
............................................................... 6月19日 จะมีบ้างมั๊ย!! >> อยากให้ทุกคนอ่านและรู้สึกดีดีกับคำว่า.............."ความรัก"
>>
เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง เมื่อ มนุษย์ 2 คนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า 1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1 แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป ที่ เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ ใช้ แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี >> ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ ความรัก ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์ ความรัก ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก ความรัก ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน ความรัก ที่คุณจะเจอ ในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะ >> "ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้ ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"
>> เคยมั้ยที่จะมี คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง? ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร >> เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ เคยมั้ยที่จะมี...ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ ายังไง >> เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอกันสาส เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้ เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้า ยังไง เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลย >>
บทความนี้ได้มาจากเพื่อนๆ..........แป๋มอ่านแล้วโดนอะ.....แล้วเพื่อนๆละจ๊ะ 6月9日 เรียนรู้จาก "รัก"คนเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้
ถูกต้องมั๊ยคะ??แต่ละคนเกิดมามีสิทธิเท่าเทียมมิได้หมายความว่าเรียนรู้ได้เท่ากัน
โลกใบนี้มีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างให้เรียนรู้ทั้งดีและร้าย บางสิ่งเหมาะสำหรับบางคน
บางสิ่งไม่เหมาะสำหรับบางคนที่จะเรียนรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่แป๋มว่าทุกคนควรค่าแก่เรียนรู้
นั่นก็คือ "สิ่งที่เรียกว่าความรัก" แป๋มเชื่อว่าทุกคนต้องการที่จะเรียนรู้และสัมผัสกับมัน
ความรักที่คนคนหนึ่งมีให้กับคนได้มากกว่าหนึ่ง!! รักในหลายรูปแบบ และหลาก
หลายความสัมพันธ์ ยังไงก็คือรัก แป๋มว่านะความรักสอนให้แป๋มได้เรียนรู้หลายๆ
อย่างและรักสามารถบูรณาการกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆได้"บนพื้นฐานของคำว่ารัก"
มาดูกันซิว่ารักสอนอะไรและแป๋มได้เรียนรู้อะไรจากคำสั้นๆคำนี้บ้าง
"รัก" ทำให้แป๋มเรียนรู้ว่า....................................................................
- การได้รักดีกว่าไม่เคยได้รักแม้รักแล้วต้องเจ็บปวดบ้างก็ตาม
- การเป็นคนถูกรักรู้คุณค่าของคำว่ารักได้น้อยกว่าการที่เรารักใครซักคน
- โลกใบนี้มีคู่รักกี่คู่ความรักก็มีมากแบบเท่านั้น
- การรอคอยบางทีเพียงช่วงเวลาสั้นๆมันก็ดูเหมือนนานแสนนาน
- รักทำให้รู้สึกถึงความสุขและทุกข์อย่างแท้จริง
- การรอคอยไม่ใช่สิ่งที่ใจปรารถนาแต่เพื่อใครซักคนแม้นานเพียงไรแป๋มก็จะรอ
- ประสบการณ์สองข้างทางที่ชีวิตแป๋มได้เดินผ่านแป๋มคิดว่ามันมีค่าเพราะแป๋มมีรัก
- แม้เราไม่ได้รักความรักกลับมาจากใครคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดรัก
- คนเราจะทำสิ่งใดควรยืนอยู่บนพื้นฐานของคำว่ารัก
- ความรักมีได้หลายมุมมอง..สำหรับแป๋มแค่คนเพียงสองคนรักก็บรรยายได้ไม่รู้จบ
- แม้ความรักเคยทำให้แป๋มเจ็บปวดแต่แป๋มก็ได้อะไรกลับมามากว่าที่เสียไป
- ความรักบางทีก็ต้องให้เวลากับมัน
- ความรักคือเค้าและเธอรวมกันเป็นหนึ่ง คือความเข้าใจ คือความอดทน
- เพราะเรารู้จักรักรู้จักเรียนรู้เราจึงรู้จักผูกพัน
แล้วคุณล่ะเรียนรู้และรับรู้อะไรได้บ้างจากคำสั้นๆ คำว่า"รัก" <<< คำนี้
Ps. แบ่งปันการเรียนรู้ให้แป๋มด้วยน๊าคะโลกแห่งการเรียนรู้ของแป๋มจะได้กว้างขึ้น^_^
4月26日 เปิด(โลกแห่งการเรียนรู้)เปิด(โลกแห่งการเรียนรู้ ) นอกประตูมีโลกกว้างใหญ่ มีเรื่องราวนับร้อยนับพัน ยิ้ม ยินดี เศร้า และร้องไห้ ก็รู้ต้องเจอเข้าซักวัน หากไม่เคยพบเลยก็คงปรับตัวไม่ทัน เพราะการได้พบด้วยตัวเองนั้น ทำให้แป๋มเรียนรู้ ^_^ ปฏิบัติการณ์ “เปิด” ยังคง ดำเนินต่อไป พร้อมๆกับการเรียนรู้ และการรอคอย(บางสิ่ง) ที่ยังมาไม่ถึง ภาคนี้เปงภาคที่เท่าไหร่แล้วน๊า......................ช่างมานเถอะหายไปนาน................เลยลืม..............ซะงั้น แต่ที่แน่ๆแป๋มก็ไม่ลืมสิ่งหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแป๋มตามกาลเวลาที่ผ่านไป นั่นก็คือ “การเรียนรู้” หลังจากไม่ได้อัพ blog มานาน และแล้วก็ถึงเวลาที่แป๋มรอคอยมานานซักที La la la up blog แล้วจ้า เรื่องราวที่แป๋มเรียนรู้ในช่วงเวลาที่หายไปนี้มีมากโขนัก.............อิอิ...........มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ทั้งเจอกับตัว และจากการเล่าสู่กันฟัง ยังไงก้อลองอ่านๆดูละกานนะ ดูซิว่ามีข้อไหนบ้างที่รู้กันแล้ว และข้อไหนบ้างที่ไม่เคยรู้ ทั้งรับรู้และเรียนรู้.......................โอ้ โฮ มานมากมายเหลือเกิน “แป๋มได้เรียนรู้ว่า” - ความแน่นอนในชีวิต คือความไม่แน่นอน - ถ้าหากคนเรารอคอย เวลาที่เคยเดินตามปกติจะนานกว่าเดิมอีกหลายเท่า - บนโลกใบนี้มีคู่รักอยู่กี่คู่ ก็มีความรักมากแบบเท่านั้น - คนเราเกิดมาเพื่อเผชิญกับปัญหาและแก้ปัญหา - ไม่มีใครอยู่คนเดียวได้บนโลกใบนี้ - ความรักเหมือนมีดสองคม - เพื่อน คือความสัมพันธ์ที่ยาวนานที่สุด - เราสามารถมีความสุขได้บนความไม่สมบูรณ์ - บนโลกใบนี้คนเปงสิ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบได้ทั้งๆที่บางสิ่งบางอย่างไม่เต็ม 100% - ความรู้จักพอในตัวคนแต่ละคนไม่เท่ากัน - คนเราจะทำอะไรได้มากกว่าถ้าทำเพราะอุดมการณ์ไม่ใช่เพราะหน้าที่ - คนเรามีประสบการณ์สิ่งเดียวกันแต่กลับคิดไม่เหมือนกัน - ไม่มีอะไรคงที่บนโลกใบนี้ - คนฉลาดมักเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น (แต่สำหรับความรักต้องเรียนรู้กับตัวเองถึงจะเข้าใจที่สุด) - เมื่อเจ็บเพราะรัก อย่าโทษความรัก แต่จงโทษตัวเอง (แล้วจำไว้ว่า ผิดเป็นครู) - ไม่มีมนุษย์หน้าไหนไม่เคยก้าวพลาด - จงมีความเชื่อ และความศรัทธา - ไม่รู้จักคิด ชีวิตก็ไม่แตกต่าง - คนเราไม่ยึดติด สิ่งใหม่ๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ - ผู้หญิงที่ถูกผู้ชายว่างี่เง่ากลับทำอะไรหลายๆอย่างได้ดีกว่าผู้ชายคนนั้น - คนล้ม อย่าข้าม - คนเรามักรอคอยเวลา ทั้งๆที่มันไม่เคยหนีไปไหน - คนที่ร้องไห้ไม่จำเป็นต้องใช่คนอ่อนแอ - หลายๆสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนเริ่มต้นจากความคิด - ไม่มีใครไม่เคยโกหก - บางทีคำพูดสำคัญ (มากกว่าการกระทำ) - คนเราทุกคนมีคุณค่า - สายรัดข้อมือที่มีคนใส่ทั่วบ้านทั่วเมืองในตอนนี้คือ “long live the king” - GPA ปีนี้ใช้ทั้งหมด 30 % - ไม่มีเอนทรานซ์ปีไหนที่ผ่านมาผู้คนให้ความสนใจมากเท่าปีนี้ - คะแนนเอนทรานซ์ปีนี้ เต็ม 10000 - บางทีชีวิตก็ต้องปล่อยว่างไว้บ้าง เพื่อรอคอยสิ่งดีดีที่ยังไม่เกิดขึ้น - ชีวิตที่ดีกว่าจะถูกสร้างจากประสบการณ์ที่เคยผ่าน - คนเราต้องรู้จักให้โอกาสตัวเอง และผู้อื่น - เมื่อเรียนรู้การรับแล้วก็ควรเรียนรู้การให้ซะบ้าง - ใครเลยจะรู้ว่าใครเกิดมาเพื่อใคร(ถ้าคนนั้นยังมาไม่ถึง) - เหตุผลเมื่อฟังไม่ขึ้นก็กลายเป็นข้ออ้าง - คนเรามีรักแท้ได้มากกว่าครั้งเดียว - ไม่มีใครอยู่ในโลกของใครได้นาน - ธรรมชาติสร้างเรา เราต้องรักษ์ธรรมชาติ(ให้มากกว่านี้) - ความรักเป็นสิ่งมีค่าที่จะมอบให้กันและจะมีค่ายิ่งถ้าได้รับกลับมา - วิธีตอบแทนพ่อแม่ที่ดีที่สุดคือการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด - ความฝันจะเป็นจริงได้เมื่อเราทำและทน - การตายไม่ใช่ทางออกของทุกๆปัญหา (จนกว่าเราจะรู้ว่าตายแล้วไปไหน) - คนเราไม่ควรเดินหนีปัญหาตั้งแต่ต้น - เพลงทำให้คนคนเดียวมีได้ทั้งความสุขและความทุกข์ - จุดยืนไม่ได้หมายถึงการยืนนิ่งไม่ยอมเคลื่อนไหวแต่หมายถึงการรับรู้ในทุกๆก้าวที่เราเป็น - ผู้ชายดีดียังมีอยู่ในโลก(แต่หายาก) - ทุกความต้องการของชีวิตไม่ใช่จะสำเร็จหรือผ่านไปได้อย่างราบรื่นซะทุกเรื่อง - คนเราไม่กินก็ตายอะดิ - เมืองไทยสวยงามไม่แพ้เมืองใด - กาลเวลาทำให้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างเปลี่ยนแม้กระทั่งใจคน - บางทีคนเราก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ - คนเราต้องยอมรับความจริง แม้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเพราะหนีอะไรก็หนีพ้นแต่ความจริงยังไงก็ไม่พ้น - ปัจจัยที่ห้าของคนปัจจุบันนี้คือโทรศัพท์ - จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าสนุก - การยิ้มทำให้คนรู้จักกันง่ายขึ้น - บางสิ่งบางอย่างที่คนอื่นมีเราไม่จำเป็นต้องมีเราก็ดำรงชีวิตอยู่ได้ - เวลามองมองให้ไกลตัว แล้วเริ่มทำใกล้ๆตัว - ตัวตนที่แท้จริงของเราไม่ได้มองเห็นจากภายนอก - หนังสือทุกเล่มมีสามารถให้ความรู้กับเราได้ทั้งนั้น - ผู้ชายอยู่แค่วันๆผู้หญิงเอาแต่ฝันถึงอนาคต - อย่ารักให้เป็นสิ่งของ แต่จงรักให้เป็นอิสรภาพซึ่วกันและกัน - ความรักที่มีต่อกันในครอบครัว คือพลังที่ยิ่งใหญ่ - คนเราควรให้คุณค่าแก้เวลาที่มีจำกัดบนโลกใบนี้ - ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว - เมื่อฝ่ายหนึ่งร้อน ฝ่ายหนึ่งควรเย็น สิ่งร้ายๆก็เกิดได้ยาก - ภาษาไทยมันดิ้นได้ - ตัดสินใจเลือกที่จะมีความสุข - อย่าทำตัวเองเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น - อยากจำกลับลืม อยากลืม(เสือก)จำ - แปปซี่อร่อยกว่าโค้ก - มะไฟเป็นผลไม้ที่ถูกที่สุดในตอนนี้ - กระดูกหมูตุ๋นยาจีนอร่อยที่สุด - อย่าหวังให้ใครมาเข้าใจเราเพราะบางทีเรายังไม่เข้าใจตัวเราเองเลย - น้ำตาบำบัดความทุกข์ได้ดีกว่าเหล้า - เพื่อนแท้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการศึกษาซึ่งกันและกัน - ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน - การนอนหลับเปงการพักผ่อนที่ดีที่สุด - หนังไทยทำได้ดีในเรื่องผีผี - เวลาหิวกินของไม่ค่อยอร่อยก็กลายเปงของอร่อย - การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด - สูตรแห่งความล้มเหลว คือการพยายามทำให้ทุกคนพอใจ - ซักวันความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นกับคนที่คิดเป็น - เกิดก่อนก็แค่แก่กว่า(แล้วไง) - วิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ด้วยตัวเอง - รสชาติที่มีค่าที่สุด คือรสชาติชีวิต - โลกใบเดิมจะดีขึ้นหรือแย่ลงอยู่ที่มุมมองของแต่ละคน - ความสนุกไม่มีวันหมดไปจากโลก - โฆษณามักทำอะไรเกินจริง - ความรอบรู้ คือสมบัติติดตัวที่มีค่า - ความกลัว คือ สิ่งที่เราจินตนาการขึ้นเอง - จงเชื่อในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่เชื่อ *_* เขียนเองยังมึนเอง ใครอ่านจบ ไม่มึนก็เก่ง *_*
จะยังไงก็ตามแต่อย่าลืมเม้นให้กันบ้างนะจ๊ะ การเรียนรู้ของแป๋ม การได้พบกับตัวเองนั้นการได้เรียนรู้กับตัวเองนั้น ทำให้แป๋มเองเพียงพอ และเข้าใจ และเมื่อแป๋มไปพบกับโลกที่กว้างใหญ่ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน แป๋มก็พร้อมจะเจอและเรียนรู้กับมัน อย่างเต็มที่ ^_^ Ps. Pamp มีลูกเพิ่มอีกตัวแล้วนะ ชื่อ O-Tid อีกแค่ตัวเดียวลูกๆแป๋มก็จะครบโหลแล้ว ใครสนใจช่วยเลี้ยงก็มานะคะ ^_^
3月20日 ของฟรีมีอยู่จริงในโลก และแล้วปฏิบัติการณ์ "เปิด" ภาค1 ก็จบลงอย่างสมบูรณ์
เหอๆ เริ่มปฏิบัติการณ์ในเช้าวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม ..... ตื่นสาย มาจัดกระเป๋า
สถานที่แรกของเราคือ "บ้านโป่ง" (เมืองคนงาม) การเดินทางมาอย่างคนไม่เคย(เพราะเปงครั้งแรก) กล้าๆกลัวๆนะแต่อยากลองไปไหนมาไหนคนเดียวบ้าง เลยไม่ให้พ่อของเพื่อนมารับ และแล้วก็มั่วถูก....อิอิ มาถึงบ้านโป่งก้อมีเพื่อนมารับ
มาถึงก็เย็นพอดี เพื่อนสาวนามว่านู๋ก้อยก็พาตะลอนๆทั่วบ้านโป่ง เสดปุ๊บ ช่วงหัวค่ำแม่นู๋ก้อยก็มารับที่บ้าน พาไปงานบวช เราก็ได้มีความรู้อีกอย่างว่างานบวชแต่ละที่ก็แตกต่างกันอย่างงานบวชที่นี่นะแป๋มว่าใหญ่กว่างานวัดบางที่ในกรุงเทพและเขตปริมณฑลอีกหลายที่ มีหางเครื่องที่เต้นสนุกจนแป๋มเองยังอยากลุกขึ้นไปเต้นด้วยเลย มานเหมือนๆกันแหละกะเวลาที่มหาวิทยาลัยมีกีฬาแล้วจะมีทีมสันทนาการแต่ที่นี่เค้าเต้นเปงstepกว่านิดหน่อย...........อิอิ หลังจากกินฟรีเสร็จกลับบ้านอาบน้ำนอน......................
เช้าวันเสาร์ออกเดินทางถึงชะอำก็เกือบเที่ยงแล้ว (เพราะตื่นสายกันทั้งบ้านเลย)....เหอๆ มีแม่นู๋ก้อยอะตื่นเช้า พอมาถึงก็ต้องเวียนหาที่พักกานอีกนานเพราะตอนที่โทรมาจองมานไม่ว่างซักกะโรงแรมเลย และมานก็จริงมานไม่ว่างเลย พ่อนู๋ก้อยเวียนรถอยู่สองรอบ ทีแรกกะจะพักเมธาวลัย ก็ว่างอยู่ห้องเดียว เลยไม่เอา สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Gems Cha-Am เจอพี่ๆนิติศาสตร์ จุฬา มาแข่งแรลลี่กันน่าหนุกมากมาย
(มีแต่คนน่ารัก) ได้ห้องปุ๊บ เข้าที่พักปั๊บ ก็หลับเลย ตื่นมาอีกทีบ่ายสามได้แล้ว ถึงทะเลไม่กินอาหารทะเลก็มาเสียเที่ยวจิ ว่าแล้วก็ไปกินอาหารทะเลกันทั้งกุ้ง ปู ปลา(ไม่มีหอย)เพราะแม่นู๋ก้อยไม่กิน ปูตัวเดียวก็ปาไปโลนึงแล้ว (สงสัยจะหนักกระดอง) อาหารมื้อแรกที่ทะเลอร่อยมาก (กินเผื่อเพื่อนหลายคนเลย) ทานข้าวกันเสดพ่อกะแม่กลับโรงแรมปล่อยพวกเราไว้ที่ชายหาด.....เย้ๆได้เวลาแล้ว
ว่าแล้วก็ลุยลงทะเลเล่นน้ำกันแต่ที่สุดยอดไปเลยคือตอนเล่นBanana Boat สุดๆไปเลย กรี๊ดซะ............
แล้วแต่ละที่ที่เรือคว่ำนะ แป๋มขาไม่ถึงซักที่(แต่ไม่เปงไรเพราะมีชูชีพ) มันส์มากๆ(ใครไปทะเลไม่เล่นBNN.B.แล้วจะเสียใจ) เครียดๆอะไรมานะพอเค้าพาออกไปไกลๆฝั่งนะกรี๊ดออกมาแบบสุดๆมานเหมือนได้ปลดปล่อย......สบายขึ้นอะ
แถมไม่มีใครได้ยินด้วยนะเพราะลมมานแรงมากและก็ไกลจากฝั่งเยอะด้วย รอบสุดท้ายพี่คนขับเค้าแกล้งอะ....แบบว่าคนอื่นเค้าตกเรือไปหมดแล้ว แต่แป๋มยังไม่ตก(งงๆเหมือนกันว่าอยู่ได้ไง)เรือก็ยังไม่คว่ำซะงั้น.....เหอๆ พี่เค้าออกเรือต่อ
ไอ้เรานะก็อยู่บนเรือคนเดียวก็ยิ่งมันส์ใหญ่เลย (แต่แอบกลัวๆนิดๆ) เล่นน้ำกันเสดอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสดก็สามทุ่มได้แล้วพ่อกะแม่นู๋ก้อยก็ไม่ไปไหนชมวิวกันอยู่ที่ห้อง พวกเด็กๆก็พากันออกมาปั่นจักรยานกันที่ชายหาด เพื่อนเรามานก็ปั่นกันเปงคู่ๆนะ แต่เรานี่จิไม่มีคู่มาคนเดียวก็ปั่นคนเดียว(ดีไม่หนัก)แต่แอบเหงาน๊า..........^_^
ตกดึกกลับโรงแรมก็นอนหลับอย่างสบาย...............เช้าวันอาทิตย์ตื่นไปกินอาหารเช้าของทางโรงแรมมีนู๋ก้อยกินคุ้มราคาอยู่คนเดียว สายๆไปเดินเล่นชายหาดต่อ จากนั้นก็ออกจากโรงแรมเดินทางไปหัวหินต่อเพื่อไปไหว้หลวงปู่ทวด และพระบรมสารีริกธาตุที่อันเชิญมาจากประเทศศรีลังกา(ถ้าจำไม่ผิดนะ) เสดจากวัดก็เดินทางกลับบ้านโป่งระหว่างทางมานมี
fashion outlet ก็แวะกินข้าวกันที่นี่เพราะเดินดูเสื้อผ้ากันจนเหนื่อย ไปเที่ยวตั้งหลายที่แป๋มไม่ได้ซื้ออะไรเลย กะว่าไม่ซื้ออะไรแน่ๆ ดันมาตกม้าตายที่Shop Reebok กระเป๋าอะมานเท่ห์มากๆก็เลยซื้อซะเลย..............หุหุ จากนั้นก็เดินทางต่อ พอถึงบ้านปุ๊บแป๋มก็หลับตามระเบียบ(ทั้งๆที่บนรถก็หลับมาตลอดทาง) แดดร่มลมตกก็ไปที่วัด.......วัดอะไรวะจำไม่ได้อะแต่ที่รู้ๆคือ ค้างคาวเยอะมากน่าจะถึงล้านตัวนะ จุดประสงค์ที่ไปคือไปดูค้างคาว.................จากนั้นก็ไปกินข้าวต้มรอบดึกและก็กลับบ้านนอน................เช้าวันจันทร์ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งเดินทางกลับกรุงเทพโดยสวสดิภาพ
ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้จะไม่สามารถสำเร็จลงได้ หากไม่มีคุณพ่อและคุณแม่นู๋ก้อยให้การสนับสนุน ป๋อมแป๋ฒจึงขอขอบคุณมา
ณ ที่นี้ด้วย และนู๋ก้อยกะนู๋อ้อย ถ้าไม่มีเธอทั้งสองแป๋มก็ไม่ได้ไปแน่ๆ............
รักมากมายนะจ๊ะเพื่อนจ๋า
และแล้วปฏิบัติการณ์ ภาค 1ก็จบลงอย่างสมบูรณ์ภายใต้ภาระกิจที่แป๋มให้ชื่อว่า "เที่ยวฟรี กินฟรี"......หุหุ
ปฏิบัติการณ์เปิดครั้งนี้แป๋มได้เรียนรู้ว่า "ของฟรีมีอยู่จริงในโลก"
............อุวะฮาฮ่า (เสียงหัวเราะของท่านหลอด) และของฟรีที่มีค่าเกินราคาใดใดนั้นก็คือ น้ำใจ และความรักความเอ็นดู ที่แป๋มได้รับจากพ่อและแม่นู๋ก้อยในครั้งนี้
.............................................................................................................................
ภาค 2 จะมีอะไรมาเล่าสู่กันฟังต้องคอยติดตามน๊า (เนี๊ยะ แป๋มเพิ่งกลับจากสำเพ็งนะเนี๊ยะ)ไปกินปอเปี๊ยะสดมา แล้วก็ตรงมาอัฟ spaceเลย
และแล้วก็ได้เวลาที่ป๋อมแป๋มต้องไปแล้วน๊า จะไปเตรียมตัวสำหรับปฏิบัติการณ์ ภาค 2 ซึ่งคงจะเกิดขึ้นในคืนนี้เปงคืนแรก ไปแล้วน๊าจ๊ะ.........................บับบาย
ปล.ใครอ่านตั้งแต่ต้นจนจบถือว่าเก่ง แต่ใครเม้นจะน่ารักที่สุดในโลกเลย ^_^ 3月12日 ''เปิด''เปิดหู เปิดตา เปิดใจ
โลกใบนี้มีอะไรอีกมากมายรอให้แป๋มค้นหาและเรียนรู้ ปิดเทอมนี้เปงการปิดที่อาจเรียกได้ว่า "พลิกชีวิต" ก้อว่าได้.....สิ่งที่แป๋มรอคอยกะลังจะมาถึง ในอีกไม่ช้านี้แล้ว ไม่ว่ามันจะเปงดั่งใจหวังหรือไม่ก้อตาม แต่อย่างน้อยแป๋มรู้ตัวตัวเองว่า " แป๋มทำถึงที่สุดแล้ว" ปิดเทอมนี้รู้แน่แน่!! ปิดเทอมตั้งสามเดือนมีรึคนอย่างแป๋มจะอยู่เฉยได้ plan เต็มหัวเลย จะไปนู้น ไปนี่ เรียนนั้น เรียนโน้น เหอๆ ไปเที่ยวอะของแน่อยู่แล้ว แล้วแป๋มจะเอารูปมาฝากน๊าให้ดูจนเบื่อแป๋มไปเลย เพราะแป๋มอะบ้าถ่ายรูปเปงที่สุด.............อิอิ ปิดเทอมนี้แป๋มตั้งชื่อปฏิบัติการณ์ว่า "เปิด" ฟังดูกำกวมไปหน่อยมั๊ย...........อิอิ แต่ก้อนะเอาไว้จะมาเล่าสู่กันฟังแล้วกัน ตอนนี้ขอเวลาไปวางแผนปฏิบัติการณ์ต่อละกาน เพราะปฏิบัติการณ์นี้แบ่งย่อยได้หลายlevel และประกอบด้วยผู้ร่วมปฏิบัติการณ์อีกมากมาย ยังไงซะก้อโปรดติดตามนะคะ และเปงกำลังใจให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้กันด้วยน๊า ........................................................................... ปล.เข้ามาอ่านก้อขอบคุณแต่อ่านแล้วเม้นจะ เปงพระคุณอย่างสูง.......หุหุ.....แต่(ไม่เม้นบ้านบึ้ม)
2月16日 การรอคอยแป๋มได้เรียนรู้ว่า...... การรอคอยเป็นเรื่องที่ทรมาน ....................................... Ps..ใครอ่านแล้วไม่เม้น,บ้านบึ้มจริงๆน๊า และแป๋มเอง ก้อคงเปงแค่ผู้หญิงงี่เง่าคนนึง เพราะแป๋มเลือกที่จะรอ....
2月15日 งี่เง่ามันเป็นความรู้สึกแปลกๆในจิตใจ
แป๋มจะทำไงดี????????????????
สมมตินะคุณรักใครซักคน
ไม่ต้องมากหรอกแค่เพียงพอให้คุณแน่ใจว่า
เค้าคือคนที่ใช่สำหรับชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณ....แค่นั้นเอง
แล้วอยู่ๆคุณต้องเลิกกัน(เถอะ)กะเค้าคนนั้น
ทั้งๆที่ตัวคุณเองก้อยังมึนๆกะสาเหตุที่เลิกกัน
แล้วทั้งคุณแหละเค้าต่างก้อไม่ได้คุยกันด้วยเหตุผล
แต่ใช้อารมณ์ซะทั้งหมดในตอนแรก
แล้วพออารมณ์เยนลงคุณคุยกะเค้าคุยกันใหม่
แล้วคำพูดที่ออกมาจากปากคุณและเค้าก้อคือ
เค้า:เราไม่พร้อมที่จะมีใครในตอนนี้ ถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่
เราสัญญาว่าเราจะกลับมาหาเธอเปงคนแรก
แม้ว่าถึงเวลานั้นเธอจะมีใครไปแล้วก้อตามเราจะไม่โทษเธอ
คุณ:งั้นเรารอจนกว่าวั้นนั้นจะมาถึงนะ.......มันนานมั๊ย??
เค้า:ไม่รู้ซิอาจจะสามเดือน สามปี หรือไม่มีทาง
เธอไม่ต้องเชื่ออะไรเรามากนะเราก้อแค่พูดให้ตัวเองดูดี
คุณ:(อ้าวกำของกรู).....เอาไงแน่วะเนี๊ยะ(คิดในใจนะ)
..........................................................จบบทสนทนา
จากนั้นมาคุณก้อคิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคิดแล้วคิดอีก
ว่าจะทำไงกะตัวเองอยู่กะตัวเองคนนู้นก้อเข้ามาคนนี้ก้อเข้ามา
แต่เมื่อถามใจตัวเองมานก้อเสือกตอบว่ายังไงก้อจะรอเค้าคนนั้น
แรกๆก้อจะบ้าตายเหมือนขาดอากาศหายใจ(ออกจะเวอร์ไปนิดแต่จริง)
ซักพักใหญ่ๆก้อเริ่มกลายเปงความเคยชินจนถึงขั้นปลง
แล้วไอ้ที่มานกวนหัวใจขึ้นมาอีกก้อคือ
เมื่อคุณได้คุยกะใครซักคนที่เปงคนใกล้ชิดเค้า(มากกว่าคุณ)
แล้วคนผู้นั้นถามคุณว่า"ทำไมยังไม่ลืมเค้าอีก"
เราก้อตอบไปอย่างที่ใจเราคิด
แต่ไอ้คำพูดที่ได้ยินจากปากใครคนนั้นมานคือ
"'งี่เง่า"เปงคนอย่างนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
อ่านะ...........แป๋มถึงกะอึ้งกะคำพูดธรรมดาคำนี้
งงอะ ....งี่เง่า............เฮอะ.........มานคืออะไร
หมายความว่าไงมาว่าฉันงี่เง่า..............
แป๋มทำไรผิดอะมาใช้คำนี้กะแป๋ม
แป๋มอยากถามว่าถ้าเปงคุณๆคุณๆก้อคงว่าแป๋มงี่เง่าใช่ป่าว???
เหมือนกะที่ใคนคนนึงได้ว่าให้แป๋ม
แต่แป๋มถามหน่อยเถอะว่ามานงี่เง่ามากเลยใช่มี๊ย???
กะการที่เราเชื่อในรักที่เรามีให้เค้า
และไม่ว่าสิ่งที่คุณๆคิดจะเปงยังไง
แต่แป๋มพูดได้คำเดียว
ว่าแป๋มคงจะเปงผู้หญิงที่งี่เง่าที่เต็มใจจะงี่เง่า
เพื่อคนที่เราแน่ใจว่ารัก
เหอๆ...................ติ๊งต๊องไปใหญ่แล้ว
......................................ป๋อมแป๋มบ้า!!!
ไปอาบน้ำนอนดีกว่า.................... 2月8日 ยังไงก็ขอบใจ.....ความรัก สอนให้เเป๋มได้เรียนรู้หลาย ๆ สิ่ง ความรักเป็นบทเรียนดี ๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ทำให้แป๋มเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น ถึงแม้ว่าเค้าไม่ใช่คนแรกของแป๋มและเค้าก็ได้จากแป๋มไปแล้ว แต่ความรู้สึกดีดีที่เคยมีให้กัน(ถึงแม้จะเปงช่วงเวลาอันสั้น) แต่ก้อทำให้แป๋มได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากเค้าคนนั้น เค้าว่ากันว่าการที่เราจะรักใครซักคนมันยาก แต่การที่เราจะลืมใครซักคน มันยากยิ่งกว่านัก............ แป๋มเคยคิดว่าแป๋มลืมได้ แต่ความจริงไม่ใช่เลย.......หลายคนบอกว่าเพียงแค่ต้องใช้เวลา แต่สำหรับแป๋มเวลาเป็นแค่คำปลอบเท่านั้นเอง ความจริงเปงยังไงแป๋มรู้ใจตัวเองดี ทุกคนบอกแป๋มว่า มันไม่มีทางเปงไปได้ที่เค้าจะกลับมาหาแป๋ม แป๋มก็รับฟังและเข้าใจเพราะเค้าเคยบอกแป๋มเหมือนกันนะ ว่าถ้าเลิกกะใครแล้วเค้าจะไม่กลับไปแม้แต่หน้าก็จะไม่มอง แป๋มก็บอกว่าแป๋มนี่แหละจะเปงคนแรกให้ดู เค้าก็บอกว่าไม่มีทาง.......ถึงเวลานี้แป๋มรู้แล้วแหละว่าจริง เค้าไม่.....ไม่ทุกทางที่เกี่ยวข้องกะแป๋ม แป๋มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร.....แต่ที่รู้ๆคือ แป๋มเสียใจมากกะสิ่งที่เกิดขึ้นและทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจยอมรับมัน.....ความจริง(ที่แสนเจ็บปวด) ฟังๆดูอาจจะว่าแป๋มติ๊งต๋องนะ แต่แป๋มรู้สึกว่าหลังจากที่เค้าจากแป๋มไปแป๋มรู้สึกเปงผู้ใหญ่ขึ้นมาก จนบางทีแป๋มรู้สึกว่ามานมากเกินไป แป๋มยังอยากมีเค้าอยู่ข้างๆแป๋มเหมือนเดิม สำหรับแป๋มแป๋มไม่ได้เริ่มต้นกับเค้าจากคำว่ารัก แต่แป๋มเรียนรู้เค้าไปเรื่อยๆจนแป๋มรู้ว่าที่เปงอยู่นี่คือรัก แต่มานก็สายไปแล้วเพราะว่าเค้าได้จากแป๋มไปแล้ว แต่อย่างน้อยเค้าก็คือคนที่แป๋มรักแม้ว่าเค้าจะไม่รักแป๋มแล้วก็ตาม แม้วันนี้แป๋มไม่มีเค้าอยู่ข้างๆแล้วแต่ยังไงก็ขอบใจที่เค้าเคยเข้ามา เปงส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิตแป๋ม ต่อไปนี้ส่วนนั้นของแป๋มมานคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่า...............ที่ไม่จำเป็นต้องเติมเต็ม .......................................................................................
2月5日 ชีวิตที่อยู่เพื่อชีวิตวันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน
ไม่ได้ไปไหน เพราะติดแดจังกึม.....อิอิ
เสียงสวรรค์แว่วๆมาว่า จะซื้อแดจังกึมมาให้ดู
ให้แป๋มหายบ้าซักที......สาธุให้มานจริงเถอะ
แรกๆดูนะหนังอะไรวะงงมากๆชื่อตัวละครจำยากชามัด
แต่ดูไปเรื่อยๆซึมซับอะไรได้หลายๆอย่างจากเรื่องนี้
อยากให้หนังไทยทำหนังประเภทนี้บ้าง
อย่าเข้าใจผิดว่าเปงหนังที่ทั้งเรื่องไม่ทำอะไร
นอกจากหาเรื่องกินอย่างเดียวนะ
เพราะถ้าได้ดูและสนใจในแต่ละคำพูดจริงๆ
จะรู้ได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ดีมากๆ
ได้ข้อคิด ได้รู้ความเปงจริงบางอย่างของคน
กำแพงอุปสรรคนานาเราสามารถฝ่าฟันมาได้
แต่ที่ยากยิ่งนักคือกำแพงมนุษย์
เหอๆ .................โดนจริงๆกะคำนี้
ตอนนี้ชีวิตที่อยู่ก็เพื่อแดจังกึม
แดจังกึมทำให้แป๋มได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ชีวิตคนเราเกิดมาก็เพื่อเผชิญปัญหาและฝ่าฟันมันไปให้ได้
แป๋มเคยท้อกะหลายๆเรื่องที่ผ่านมาในชีวิต
แต่พอได้ดูแดจังกึม......โอ้โฮ เฮ๊ะ
สุดยอดเลย ที่แรกก็คิดว่าขนาดนี้คงมีแค่ในนิยาย
แต่มารู้ทีหลังว่า มานสร้างมาจากเรือ่งจริง
สุดยอดเลยครับทั่น
คิดๆดูแล้วที่แป๋มเจ็บๆมามานเปงเรื่องขี้ประติ๋วมาก
ถ้าเทียบกะจอมนางคนนี้......นับถือนับถือ
แต่ที่แอบอิจฉานิดๆก็คือแดจังกึมจะเจ็บจะทุกแค่ไหน
สุดท้ายก็มีมินจุงโฮเปงเพื่อนที่คอยเคียงข้าง
หุหุ..............จากวันนั้นจนถึงวั้นนี้
ชีวิตที่อยู่เพื่อชีวิต................คนเราอยู่ได้เพราะความเชื่อและความศรัทธา
ซักวันคนอย่างมินจุงโฮที่แป๋มรอคอยคงมาถึง.......อิอิ(ไม่ค่อยจาเพ้อเจ้อเลยเรา)
.............................................................................................สาธุ
2月4日 เปงห่วงจริงๆนะหุหุ
ไม่ได้ up blog ซะนาน
คิดถึงจัง.................อิอิ
มาวันนี้เลยถือฤกษ์นามยามดี เปลี่ยนสีspace
รับกะวัน วาเลนไทน์ที่กะลังจะมาถึงซักหน่อย
.................................................
พ่อมาประชุมที่ราชภัฏสวนดุสิตเพิ่งกลับ
วันที่ไปหาพ่อนะ...........สงสารพ่อมากเลย
พ่อไม่สบาย แป๋มถามว่าไปตรวจร่างกายมาเปงไงบ้าง
พ่อบอกว่าเปงหลายอย่าง
จนหมอสั่งห้ามทานอาหารถึง7ประเภท
แป๋มเปงห่วงพ่อมากเลย สงสารพ่อ
ทำงานก็หนัก หาเงินมาให้ลูกใช้ จนตัวเองไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
พ่อจ๋า แป๋มเปงห่วงพ่อมากนะ ดูแลรักษาสุขภาพให้มากๆ
พ่อแป๋มใจดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องคุ้มครอง และรักษาพ่อแป๋ม
ให้หายจากโรคที่กำลังเป็นอยู่แน่ๆ..............แป๋มรักพ่อนะ -_- 1月15日 ลมหายใจกะหนึ่งชีวิตเหงาจังเลย
ทั้งๆที่เพื่อนก้อเยอะมากมาย........แต่ความรู้สึกมานคือเหงา
1ชีวิตที่เกิดมา ก้อเพิ่งจะรู้นี่แหละว่าเหงามานเปงไง
อยู่กับคนตั้งมากมายแต่เหมือนตัวเองไม่มีใคร
ลมหายใจที่ทำให้ชีวิตนี่ยังคือชีวิตถ้าเกิดมานหยุดลงนะตอนนี้
ความรู้สึกเหงาที่มีอยู่จนล้นใจมานคงหายไปเนอะ
แต่เรารู้ว่าทำไม่ได้เพราะมานหมายถึงการตายเพราะฉะนั้นต้องยอมรับ
ในสิ่งที่เกิดขึ้นคนที่ทุกข์กว่าเรายังมีอีกเยอะแต่เค้ายังอยู่ต่อได้
เพราะฉะนัน้เราก้อต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้
เราได้เรียนรู้ว่าบางทีการปล่อยวางมานอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แต่ที่ยากกว่านั้นคือการฝืนความรู้สึกของใจตัวเอง
แต่ในเมื่อลมหายใจยังคงมีอยู่ชีวิตก้อยังดำเนินต่อไป
ซักวันเราคงชินและเหงมานเป็นเรื่องธรรมดาไปเอง........... |
|
|||
|
|